เกี่ยวกับเรา

ผู้ดำเนินงานโครงการ

โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ปีงบประมาณ 2564 กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนา SME ด้วยระบบบัญชีเดียว

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.  

และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หลักการและเหตุผลความจำเป็น

จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ณ สิ้นปี 2560 มี SME จำนวน รวมทั้งสิ้น 3,046,793 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.78 ของจำนวนวิสาหกิจรวมทั้งประเทศ (โดยเป็นส่วนของ วิสาหกิจขนาดย่อม (SE) 3,028,495 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.40 ของจำนวนวิสาหกิจรวมทั้งประเทศ) และ เมื่อจำแนก SME ตามประเภทการจัดตั้ง สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ นิติบุคคล 675,633 ราย (ร้อยละ 22.18) วิสาหกิจชุมชน 85,429 ราย (ร้อยละ 2.80) และบุคคล/อื่นๆ 2,285,731 ราย (ร้อยละ 75.02) เห็นได้ว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจรายย่อย (Micro) ที่เป็นนิติบุคคลซึ่งต้องจัดทำบัญชีของธุรกิจตามกฎหมายยังมีจำนวนไม่มากนัก ดังนั้นภาครัฐจึงมีนโยบายส่งเสริมและ ผลักดันให้ MSME มีการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลทางบัญชีการเงินมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงถึงการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสถูกต้อง เช่น การผลักดันให้ MSME บุคคล ธรรมดาให้มีการจัดทำบัญชีหรือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมากขึ้น โดยการลดอัตราการหักค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายใน การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 40 (5) – (8) ให้เหลือเพียงไม่เกิน 60% (หากไม่ใช้วิธีเหมาจ่าย จะใช้วิธีหักตามความจำเป็นและสมควร ต้องมีเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่าย) หรือการให้มีการทำบัญชีชุด เดียวในการยื่นขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน เป็นต้น

ในการนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริม MSME โดยการสร้างองค์ความรู้ด้านบัญชีให้กับ MSME ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา และที่เป็นนิติบุคลแต่ยังไม่มีความรู้ความเข้าในในเรื่องบัญชีรวมถึงผู้ให้บริการด้านบัญชีและที่ปรึกษาภาษี (Service Provider) ที่มีขนาด เล็ก ให้ปรับปรุงพัฒนาความรู้ด้านบัญชีที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์สามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับ MSME ต่อไปได้ จึงได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมและพัฒนา SME ด้วยระบบบัญชีเดียว

นอกจากนี้การที่ MSME มีการทำบัญชีที่ถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้กิจการได้รับความเชื่อถือ จากคู่ค้า เจ้าหนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นผลดีกับผู้ประกอบการเองในหลายๆ ด้าน เช่น มีโอกาสได้รับสินเชื่อมากขึ้น ต้นทุนทางการเงินต่ำลง ไม่ต้องกังวลในเรื่องการลงบัญชีที่ไม่ถูกต้องทำให้ถูกตรวจสอบจาก ภาครัฐ รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

วัตถุประสงค์โครงการ
  1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ MSME หรือ วิสาหกิจชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในระบบบัญชีและภาษีอากรตลอดจนเห็นความสำคัญของการใช้ระบบบัญชีเดียว
  2. เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการออกรายงานทางบัญชีที่ถูกต้องครบถ้วนหรือเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยีดังกล่าวมาวิเคราะห์และวางแผนจัดการธุรกิจได้
  3. เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้ให้บริการด้านบัญชีและที่ปรึกษาภาษี (Service Provider) ให้มีประสิทธิภาพในการบริหารและมีความพร้อมในการบริการแก่ผู้ประกอบการมากขึ้น อันจะนำไปสู่ความมั่นใจในการทำบัญชีที่ถูกต้อง
  4. เพื่อสร้างให้เกิดนักบัญชีชุมชนและสามารถเป็นผู้ให้บริการด้านบัญชีแก่วิสาหกิจชุมชนได้ในอนาคต

พืื้นที่ดำเนินการ

พื้นที่ดำเนินการ แบ่งตามภูมิภาคออกเป็น 4 พื้นที่ (18 กลุ่มจังหวัด) ประกอบด้วย
  1. พื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมภาคกลางและภาคตะวันออก ทั้งหมด 26 จังหวัด
  2. พื้นที่ภาคเหนือ ทั้งหมด 17 จังหวัด
  3. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 20 จังหวัด
  4. พื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมด 14 จังหวัด

ระยะเวลาในการดำเนินการ...

ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2564 - 15 กันยายน 2564

Days
Hours
Minutes

กลุ่มเป้าหมาย...

กลุ่มผู้ประกอบการ MSME

 นิติบุคคล เน้นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐ ในพื้นดำเนินงาน ทั้ง 4 ภูมิภาค จำนวนรวม 1,500 ราย ในกิจกรรมจัดอบรมหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านบัญชีให้แก่ผู้ประกอบการ MSME

กลุ่มผู้ให้บริการด้านบัญชีและที่ปรึกษาภาษี

กลุ่มผู้ให้บริการด้านบัญชีและที่ปรึกษาภาษี (Service Provider) ในพื้นดำเนินงาน ทั้ง 4 ภูมิภาค จำนวนรวม 240 กิจการ ในกิจกรรมเสริมสร้างสมรรถนะในด้านบัญชีเชิงลึกให้แก่ผู้ให้บริการด้านบัญชีและที่ปรึกษาภาษี (Service Provider)

นิสิต/นักศึกษาสาขาบัญชี 

ซึ่งกำลังจะจบการศึกษาเป็นบัณฑิต ในพื้นที่ดำเนินงาน ทั้ง 4 ภูมิภาค จำนวนรวม 150 ราย ในกิจกรรมอบรมเชิงลึกเพื่อสร้างนักบัญชีชุมชน